มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

ไม้ ไม้

สนาม: ตาข่ายสีแดง

บทนำ:ตรออกหมายเรียก 39 แกนนำกลุ่มฟื้นฟู ปชต ฐานร่วมชุมนุมในที่สาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากวังของพระรัชทายาทฯ ศรีวราห์ ลั่นไม่มีทางยอม อ้างกฎหมายห้ามเด็ดขาด เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่ออีก 66 คน ขู่ 10 กพมาอีกถูกดำเนินอีก บิ๊กเจี๊ยบ กำชับฝ่ายความมั่นคงใช้กฎหมายเข้ม หวั่นเป็นจุดเริ่มต้นสู่ความรุนแรง ด้านตัวแทนเครือข่ายวีวอล์ก 8 คนเข้าพบ พงสคลองหลวง จี้ คสชเคารพคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) วันที่ 31 มกราคม พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ซึ่งจัดกิจกรรมระดมพลคนอยากเลือกตั้งต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) บนสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน หลัง พอบุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมายของ คสช เข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สนปทุมวัน ดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม, นายสรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมพวกรวม 7 คน ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสชที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และ ม116 ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ พนักงานสอบสวน สนปทุมวันได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว ตามคดีอาญาเลขที่ 121/2561 รอง ผบตรกล่าวว่า ต่อมาวันที่ 30 พยที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้เชิญนางนวพร กลิ่นบัวแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตปทุมวัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ยืนยันว่าจุดที่จัดให้มีการชุมนุมเป็นพื้นที่สาธารณะ พตทสมัคร ปัญญาวงค์ รอง ผกก(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน สนปทุมวัน ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มเติม และได้ออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จำนวน 39 คน ประกอบไปด้วย นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นางสาวณัฏฐา มหัทนา, นายอานนท์ นาภา, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล แกนนำในการชุมนุม นอกจากนั้น ยังมีนายวีระ สมความคิด นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำในการชุมนุม, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นางมัทนา อัจจิมา แนวร่วมคนเสื้อแดง, นสพัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์, นายเอกศักดิ์ สุพรรณขันธ์ นางรักษิณี แก้ววัชระสังสี นางจุฑามาศ ทรงเสี่ยงไชย นางพรนิภา งามบาง แนวร่วมคนเสื้อแดง, นายกิตติธัช สุมาลย์นพ แนวร่วมกลุ่มนักศึกษาจุฬาฯ, นางสุดสงวน สุธีสร นักวิชาการกลุ่มคนเสื้อแดง, นายกันต์ แสงทอง นักวิชาการ, นายนพพร นามเชียงใต้ แนวร่วมกลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ, นายสุวัฒน์ ลิ้มสุวรรณ นักวิชาการอิสระ, นางกมลวรรณ หาสาลี คนเสื้อแดงพระราม 9, นางนัตยา ภานุทัต แนวร่วมคนเสื้อแดง, นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ฉายา ฟอร์ด เส้นทางสีแดง , นางประนอม พูลทวี คนเสื้อแดง จสมุทรปราการ นายสงวน คุ้มรุ่งโรจน์ นายสุรศักดิ์ อัศวะเสนา นางพรวลัย ทวีธนวาณิชย์ นางสุวรรณา ตาลเหล็ก นางนภัสสร บุญรีย์ แนวร่วมคนเสื้อแดง, นสอรัญญิกา จังหวะ นักศึกษา มเกษตรศาสตร์, นายพรชัย ประทีปเทียนทอง นายวรัญชัย โชคชนะ แนวร่วมคนเสื้อแดง,นายนพเกล้า คงสุวรรณ นายคุณภัทร คะชะนา นายสามารถ เตชะธีรรัตน์ นสอ้อมทิพย์ เกิดผลานนท์ นายวราวุธ ฐานังกรณ์ แนวร่วมกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด นักวิชาการ มเกษตรศาสตร์ ในความผิดฐาน ร่วมกันชุมนุมในที่สาธารณะในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร จากวังของพระรัชทายาทหรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป อันเป็นความผิดตาม พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 มาตรา 7 วรรคแรก พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป พลตอศรีวราห์กล่าวว่า ยังมีผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่ออีก 66 คน สตชขอประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มมวลชนและพี่น้องประชาชนทั่วไป ได้รับทราบถึงข้อกฎหมายในเรื่องของการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย อาจมีความผิดตาม พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 นอกจากนี้ การยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษสูงลั่นไม่มีทางยอม ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเอาจริง เพราะผู้ชุมนุม ชุมนุม 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน ไม่มีทางยอม กฎหมายห้ามเด็ดขาด ถึงแม้จะขออนุญาตก็ให้ไม่ได้ เบื้องต้นแจ้งออกหมายเรียกข้อหา พรบชุมนุม แต่ถ้าเข้าข่าย ม116 ยุยงปลุกปั่นด้วยหรือไม่ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง ให้ตรวจสอบเรื่องไลฟ์ เรื่องแชร์ เข้าด้วยช่วยกันหรือเปล่า ส่วนวันเสาร์ที่จะถึง ที่มีการนัดหมายชุมนุมกันอีกครั้ง สามารถชุมนุมได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายชุมนุม อย่าเป็นการเมือง ตามคำสั่งที่ 3/2558 อย่ายุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก หรืออย่าฝ่าฝืน พรบการชุมนุม การชุมนุมก็ต้องขออนุญาตก่อน ชุมนุมเปิดเผย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นกติการ่วมกันของคนไทย อย่างไรก็ตาม ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังมือที่สามเข้ามาแทรกซ้อน พลตอศรีวราห์ยังกล่าวถึงกรณีศาลให้การคุ้มครองกลุ่มเดินมิตรภาพว่า ท้ายคำพากษากลุ่มดังกล่าวต้องทำตามกฎหมาย ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ส่วนกลุ่มที่มาชุมนุมที่สกายวอล์กจะจุดติดหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ตำรวจ ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและดูแลความปลอดภัย และขอฝากไปยังผู้ชุมนุมที่จะเข้าร่วมกับแกนนำอีกครั้งวันที่ 10 กพ เตือนว่าถ้ามาอีกก็ถูกดำเนินคดีอีก ต่างกรรมต่างวาระ ด้าน พลตทชาญเทพ เสสะเวช ผบชน กล่าวถึงกรณีกลุ่ม we walk เดินมิตรภาพ จะนัดรวมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 10 กพนี้ ว่าอย่าเพิ่งพูดถึงวันนัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ฯ ดูวันที่ 31 มคที่ถูกออกหมายเรียก จะมารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช ฐานชุมนุมมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปที่ สนปทุมวันหรือไม่ ถ้าวันที่ 10 กพจะมีการชุมนุม ก็จัดตำรวจไปดูแลรักษาความปลอดภัย แต่ต้องทำเรื่องขออนุญาตชุมนุม หากชุมนุมเรื่องการเมืองก็จะไม่อนุญาต เนื่องจากขัดคำสั่ง คสช นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พลตอศรีวราห์จะเอาผิดกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยว่า ตาม พรบชุมนุมสาธารณะ ไม่สามารถชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานได้ในระยะ 150 เมตร ต่อให้มีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถทำได้ ที่ชุมนุมมีตั้งร้อยแปดพันเก้า ก็ไปเลือกเอาที่อื่น ซึ่งมีตั้งเยอะตั้งแยะ ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้เป็นจำนวนมากว่า ฝ่ายความมั่นคงยังเข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย เพราะเกรงว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรง และนำพาบ้านเมืองกลับไปสู่สถานการณ์เดิม เพราะประเทศเราเคยมีบทเรียนที่เจ็บปวด มีความสูญเสียในอดีต โดยตนกำชับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ รัดกุม ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาบานปลาย และเกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน พลอเฉลิมชัยกล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ เรามีการพูดคุยกันตลอดเวลา แต่บางคนมีความคิดความเชื่อที่แตกต่างกัน ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ส่วนจะเป็นผลจาก คสชอยู่ในช่วงขาลง และกองหนุนลดลงหรือไม่นั้น คิดว่าไม่เกี่ยวกันโดยตรง อาจเป็นเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง และความต้องการของประชาชนบางส่วนที่ต้องการเลือกตั้งตามกรอบ และอยากให้เลือกตั้งเร็วขึ้น ขอย้ำว่าทุกอย่างเป็นตามกระบวนการกฎหมาย เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดี เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป ดังนั้นการเรียกร้องและการชุมนุมสามารถแสดงออกได้ แต่อะไรที่ขัดเจตนารมณ์กฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการ เมื่อถามว่า กลุ่มเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มหน้าเดิม มีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ผบทบกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ คิดว่าจะมีความชัดเจนในอนาคต แต่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข เพื่อประกอบอาชีพได้ตามปกติ บางสิ่งบางอย่างอาจไม่ได้ตามที่ใจปรารถนา แต่ถ้าพยายามเรียกร้องให้ได้ตามที่ปรารถนา แล้วเกิดผลกระทบในวงกว้าง เกิดการบาดเจ็บและสูญเสีย คิดว่าเป็นเรื่องไม่บังควรยังไม่บานปลาย ส่วนที่ว่าปัจจุบันมีข้อเสนอให้กองทัพอยู่ข้างประชาชน แยกออกจาก คสชนั้น เลขาธิการ คสชกล่าวว่า ปกติกองทัพไม่ใช่ว่าสนับสนุนใครหรือไม่ได้สนับสนุนใคร แต่กองทัพเป็นกลไกในการบริหารราชการของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย อาจมีบางครั้งที่มีปัญหา กองทัพก็ออกมาแก้ไขปัญหา เช่น วิกฤติการเมือง หากปล่อยไว้จะเป็นความเสียหายของชาติบ้านเมือง ปัจจุบันรัฐบาลพยายามวางรากฐานของประเทศ คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำจะสัมฤทธิผลในอนาคต แต่ต้องใช้เวลาบ้าง จนทำให้บางคนพอใจ บางคนไม่พอใจ ก็ออกมาเคลื่อนไหว แต่ถ้ารออีกสักนิด โดยที่ไม่เร่งรัดเกินไป จนก่อให้เกิดผลกระทบเป็นความขัดแย้งที่รุนแรง นำไปสู่ความสูญเสีย มันจะดีกว่าไหม ผบทบกล่าว เมื่อถามว่า เป็นไปได้ไหมที่ทหารจะออกมาจัดการให้เบ็ดเสร็จเหมือนปี 2557 พลอเฉลิมชัยย้อนถามว่า คำว่าเหมือนปี 2557 คืออย่างไร ต้องแยกกัน เพราะปกติกลไกของรัฐใช้กฎหมายปกติ การที่ทหารออกมาแก้ไขปัญหาก็เพราะเป็นวิกฤติของชาติ แต่ปัจจุบันมันไม่มีอะไร มีแค่คนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องที่ทหารต้องออกมาหรือไม่ออกมา ส่วนผู้ที่รับผิดชอบการชุมนุมหรือกลุ่มม็อบ ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินการของตนเอง เพราะก็ทราบดีว่าเรามีกฎหมายชุมนุมและกฎหมายต่างๆ อยู่ สถานการณ์ยังไม่บานปลาย เพราะเชื่อว่าจะอยู่แค่นี้ เป็นเพียงการเรียกร้องของคนกลุ่มหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ทำมาหากิน ผบทบ กล่าวเมื่อถามถึงเวลาหรือยังที่กองทัพต้องใช้ยาแรงก่อนสถานการณ์จะบานปลาย ถามว่า กลุ่มการเมืองที่เสียประโยชน์เข้าไปเคลื่อนไหว จะเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่หรือไม่ ผบทบกล่าวว่า คงไม่มั้ง เพราะยังไม่มีอะไรเสียประโยชน์ เวลาที่เพิ่มขึ้นมา 90 วันตามร่าง พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สส ทุกคนมีเวลาเท่ากัน ไม่มีใครเสียประโยชน์ คิดว่าพรรคการเมืองเข้าใจอยู่แล้วว่าทำอะไรได้มากแค่ไหน ส่วนคนที่เคลื่อนไหวเป็นแค่การแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง มั่นใจว่าไม่มีอะไร จะพยายามควบคุมสถานการณ์ให้ได้ ส่วนกรณี คสชได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนเครือข่าย People Go Network Forum ที่จัดกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพทั้ง 8 คน ประกอบด้วย นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์, นายอนุสรณ์ อุณโณ, นายนิมิตร์ เทียนอุดม, นายสมชาย กระจ่างแสง, นสแสงศิริ ตรีมรรคา, นางนุชนารถ แท่นทอง, นายอุบล อยู่หว้า, และนายจำนงค์ หนูพันธ์ ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปนั้นเมื่อเวลา 1300 น ทางแกนนำทั้ง 8 คนได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภคลองหลวง โดยมีกลุ่มเครือข่ายฯ เดินทางมาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก ด้านอาจารย์เดชรัต สุขกำเหนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มเกษตรศาสตร์ ได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ คสชและรัฐบาลหยุดคุกคามขัดขวางกิจกรรม we walk เดินมิตรภาพ เคารพในคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง และถอนการแจ้งความดำเนินคดีทั้ง 8 คนทันที ให้เคารพหลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2560 ซึ่งได้มีผลบังคับใช้แล้ว ส่งตัวแทนมารับฟังความคิดเห็นปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน และควรทบทวนบทบาทของตนเองที่ผ่านมาว่าได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนหรือไม่ และควรหยุดใช้คำพูดดูหมิ่นประชาชนสร้างความแตกแยกบั่นทอนความน่าเชื่อถือประเทศ จากนั้นทั้งหมดได้เข้าไปพบพนักงานสอบสวน ต่อมาเวลาประมาณ 1700 น ทั้ง 8 คนได้เดินทางลงมาพร้อมกับแบมือชูให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ โดยเป็นมือที่เปื้อนหมึกในการพิมพ์ลายนิ้วมือ นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาให้กับทุกคนทราบในห้องประชุม ก่อนที่จะทำการแยกสอบแต่ละคน โดยมีทนายความไปร่วมรับฟังด้วยจนเสร็จสิ้น และให้การปล่อยตัวเพื่อให้รวบรวมเอกสารมาส่งในวันที่ 20 กพ และจะทราบผลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสั่งฟ้องหรือไม่ในวันที่ 26 กพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามให้พวกตนจัดกิจกรรม we walk ได้ ช่วงเช้าวันเดียวกัน กลุ่ม We walk เดินมิตรภาพ จำนวน 16 คน ได้เดินทางเข้าสู่เขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาแล้ว และปักหลักอยู่บริเวณสวนสุรนารี(สวนรักษ์) ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) โดยช่วงเช้าวันที่ 1 กพ จะมีการเดินรณรงค์เพื่อเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมของเครือข่ายฯ ก่อนเดินทางไป จขอนแก่นต่อไป...

หลิวยู

สนาม: 39 สุขภาพสุทธิ

บทนำ: ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------

รอยัล จี คลับ1️⃣LOOK618
cax | <动态当天时间> | อ่าน(315) | แสดงความคิดเห็น(933)
ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------【อ่านข้อความเต็ม】
h2b | <动态当天时间> | อ่าน(913) | แสดงความคิดเห็น(947)
คำแถลงของสหรัฐกล่าวว่า จ้าวเหว่ย เจ้าของกาสิโนชาวจีน เป็นผู้นำ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ดำเนินการจากกาสิโนรีสอร์ต ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงใกล้กับเมืองต้นผึ้ง ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำของลาว ที่เป็นพรมแดนรอยต่อกับประเทศเมียนมาและไทย【อ่านข้อความเต็ม】
fqh | <动态当天时间> | อ่าน(457) | แสดงความคิดเห็น(329)
ฝนถล่มกรุงอีกระลอก น้ำท่วมถนนหลายสาย สุขุมวิทขาเข้าแทบเป็นอัมพาต สมุทรปราการก็อ่วม กรมอุตุฯ ชี้เกิดจากภาวะอากาศแปรปรวน ทำให้อุณหภูมิลดลงอีก ขณะที่ภาคใต้คลื่นลมแรง เช้าวันที่ 31 มกราคมนี้ เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากรายงานของสถานีวิทยุ สวพ FM 91 ระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว น้ำท่วมผิวจราจร, ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ฝนตกหนัก น้ำท่วมสูงผิวจราจร, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ผ่านหน้าไทวัสดุ บางนา ฝนตกแรง ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ค่อยดี และมีน้ำท่วมขัง, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ช่วงหน้าเมกา บางนา ช่องทางขนาน น้ำท่วมสูง รถติดขัด, ถนนศรีนครินทร์ ขาออก บริเวณแยกแบริ่ง น้ำท่วมสูง การจราจรติดขัด ท้ายสะสมแยกศรีอุดม ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานว่า พื้นที่กรุงเทพฯ เกิดฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้ที่จุดวัดสถานีสูบน้ำคลองบางนา-ถนนศรีนครินทร์ เขตบางนา 141 มิลลิเมตร สถานีสูบน้ำช่องนนทรี เขตยานนาวา 755 มม สถานีสูบน้ำพระราม 4 เขตคลองเตย 695 มม ทั้งนี้ มีน้ำท่วมขังถนนสายหลัก ดังนี้ 1ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง 2ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ ช่วงคลองบางจาก 3ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ บริเวณคลองบางขี้เก้ง-วงเวียน 4ถนนศรีนครินทร์ ช่วงวัดศรีเอี่ยม 5ถนนเกษมราษฎร์ บริเวณทางรถไฟ-กรมศุลกากร 6เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ ช่วงซอย 8 และ 7ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณคลองบางนา-สำโรง นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม กล่าวว่า เป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ว่า ภายใน 1-2 วันนี้จะมีฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่ง กทมได้เตรียมแผนรองรับ อาทิ พร่องน้ำ ลดระดับในคลองสายหลักต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมา จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วหรือหน่วยเบสท์ประจำตามจุดต่างๆ คอยให้ความช่วยเหลือประชาชน กรณีที่มีน้ำท่วมขังถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เขตบางนา เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นเกิดฝนตกตั้งแต่ 0200 น และเริ่มตกเบาบางเวลาประมาณ 0700 น ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้กว่า 130 มม ซึ่งถือว่าตกหนักทำให้เกิดน้ำรอระบาย แต่เจ้าหน้าที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่กลับสู่ภาวะปกติช่วงเวลา 0815 น ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน โพสต์ข้อความระบุว่า เช้านี้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บางนา ศรีนครินทร์ ที่มีฝนตกสะสมมากถึง 127 มิลลิเมตร มีน้ำท่วมขังผิวจราจรในหลายจุด ทำให้มีปัญหาการจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ กทมกำลังเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชน ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาครับ สมุทรปราการ เกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงสว่าง ถนนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการหลายสายไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ทัน ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายอยู่บนผิวการจราจรสูงกว่า 30 เซนติเมตร โดยเฉพาะบนถนนศรีนครินทร์ ช่วงตั้งแต่สี่แยกศรีเทพายาวมาจนถึงทางเข้าซอยแบริ่ง และต่อไปยังเชิงสะพานข้ามแยกลาซาล มีน้ำขังสูงกว่า 20-30 เซนติเมตร รถเล็กสัญจรได้ลำบาก มีรถจอดเสียหลายคัน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ปริมาณน้ำยังไหลทะลักเข้าท่วมปั๊มน้ำมันหลายแห่งที่อยู่ริมถนนศรีนครินทร์และตามซอยต่างๆ กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน กับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม จนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่วนภาคเหนือมีกระแสลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น ส่วนในช่วงวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 1-6 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง【อ่านข้อความเต็ม】
6el | <动态当天时间> | อ่าน(939) | แสดงความคิดเห็น(82)
หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป【อ่านข้อความเต็ม】
on6 | <动态当天时间> | อ่าน(647) | แสดงความคิดเห็น(101)
ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จตามแผนคือ การทำงานเป็นทีม CG ไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่จะมีทีมจากทั้งโรงพยาบาลแม่ข่าย รพสต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันเคลื่อนไปด้วยกันเป็นขบวน ทำให้ง่ายในการติดต่อประสานงาน เวลามีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือนอกจากเรื่องสาธารณสุข ก็สอบถามขอคำแนะนำได้ เช่น การเบิกจ่าย การติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ) ผลการดำเนินงานในปี 2559 สามารถเปลี่ยนผู้ป่วยติดเตียงให้เป็นกลุ่มติดบ้านได้ 2 ราย และกลุ่มติดบ้านสามารถเปลี่ยนเป็นติดสังคมได้อีก 3 ราย แต่ถือว่าในปีนั้นยังเป็นเรื่องใหม่ การคัดกรองผู้สูงอายุจึงยังทำได้ไม่ครอบคลุม กว่างบประมาณจะมาถึงก็ต้องรีบคัดกรองและส่งแผนโครงการ จึงยังคัดกรองได้ในกลุ่มที่ป่วยหนักและมีบางส่วนที่หลุดรอดไป อย่างไรก็ดี ในปี 2560 เมื่อระบบต่างๆ เข้มแข็งมากขึ้น สามารถคัดกรองได้ครอบคลุมและได้กลุ่มผู้ป่วยติดบ้านที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นติดเตียงเพิ่มขึ้นมา โดยมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแลเพิ่มเป็น 50 คน คาดว่ากลุ่มนี้จะฟื้นตัวได้ดี ลดโอกาสที่จะเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้มากขึ้น ข้อแตกต่างจากเดิมคือ เดิมเราดูแลผู้สูงอายุแบบกว้างๆ ไม่ได้คัดกรองว่าอยู่กลุ่มไหน เช่น ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก เราก็ให้การดูแลเท่าที่จะดูแลที่บ้านได้ แต่พอมีงบประมาณจากกองทุน LTC มาสนับสนุน ก็ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เติมเต็มในส่วนที่ผู้ป่วยต้องการใช้จริงๆ เช่น อุปกรณ์ต่างๆ คนที่จำเป็นต้องใช้ก็จะได้ทุกคน ก็ช่วยทำให้ดูแลได้ดีขึ้น และยังสามารถหมุนเวียนไปใช้กับรายอื่นๆ ได้อีก ธัญญาทิพ กล่าว สำหรับทิศทางการดำเนินงานในอนาคต ธัญญาทิพกล่าวว่า แนวโน้มปริมาณผู้สูงอายุในพื้นที่จะมากขึ้นตามแนวโน้มใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบัน แต่ยังดีที่ในพื้นที่บ้านทำเนียบยังมีลักษณะที่อยู่กันเป็นครอบครัวพี่น้อง คอยช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน ดังนั้นแนวทางที่จะเดินหน้าไปต่อคือการพยายามทำให้กลุ่มติดบ้านติดเตียงใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข แม้โรคจะไม่หาย แต่ก็ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ลดความซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายได้ และถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะเพิ่มปริมาณจิตอาสาให้เข้ามาช่วยงานมากขึ้น อย่างน้อยจะได้ช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยแจ้งข่าวเพื่อให้ทีมงานช่วยประสานหน่วยงานต่างๆ ให้เข้ามาเติมเต็มได้【อ่านข้อความเต็ม】
fyt | 2021-09-19 | อ่าน(322) | แสดงความคิดเห็น(70)
บรรทัดฐานนี้ความจริงก็มีปัญหามากอยู่แล้ว พอท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงกล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 ที่ผ่านมาว่า คสช เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ผมเกรงว่าจะทำให้เกิดทัศนะความเข้าใจที่จะคลาดเคลื่อนไปกันใหญ่ ในฐานะอาจารย์กฎหมายจึงขออนุญาตพูดถึงเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในแวดวงนักศึกษากฎหมาย และเจ้าหน้าที่ทั้งหลายในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงประชาชนโดยทั่วไปด้วย【อ่านข้อความเต็ม】
x6t | 2021-09-19 | อ่าน(937) | แสดงความคิดเห็น(740)
นับแต่มวลมหาประชาชนเรือนล้านออกมาชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนมาถึงวันที่รัฐบาล คสชเดินไปสู่ขาลง เพราะปัญหาด้านความไม่โปร่งใส เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? อย่างแรกต่อให้ขาลงเรี่ยดิน แต่ ลุงตู่ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง หมายความว่าจะมาเปลี่ยนรัฐบาลตอนนี้ไม่ได้ ต้องขอยืมวลีเด็ดของ โค้วตงหมง-ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ยุ่งตายห่า! แต่ ลุงตู่ อย่าเพิ่งมองไกลไปถึงการเป็นนายกฯ คนนอก เอาแค่ประคองรัฐบาลไปให้ได้จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ลุงตู่ จะไม่สาหัสเกินไป ก็มีทางออก และแนะนำกันไปเยอะแล้ว บิ๊กป้อม กลับไปเลี้ยงหลานเมื่อไหร่ กองหนุนจะงัวเงียตื่นมาสนับสนุน ลุงตู่ อีกครั้ง กราฟขาลงก็ค่อยๆ โงหัวขึ้น ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ โอกาสเป็นนายกฯ รอบสองแทบจะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน อย่าไปไว้ใจนักการเมืองในสภามากนัก เคยรับปากไว้อย่างไร มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้เสมอ ก็ดูช่วงที่มีการชิงดำระหว่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พลตอประชา พรหมนอก เป็นตัวอย่าง เกมการเมืองมันพลิกได้ตลอดเวลา! มาว่ากันเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ตราบใดที่ ลุงตู่ ไม่พยายามลดเงื่อนไขความไม่พอใจลง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใส ท่านก็จะเลือดโชกออกจากบ้านทุกวัน ส่วนกองเชียร์ กองหนุนที่ยังเหลืออยู่ ก็ต้องกลืนเลือดกันต่อไป เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? จุดที่กองเชียร์ กองหนุนลุงตู่ ไม่พอใจ บิ๊กป้อม ที่เอาแต่แก้ตัวว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ โดยที่เด็ก ป๑ ยังไม่เชื่อ แล้วมีแขกรับเชิญบ้างไม่รับเชิญบ้าง เพราะเข้าทาง ไปชุมนุมที่สกายวอล์กปทุมวัน ให้ บิ๊กป้อม เปิดคอลเลกชันนาฬิกาให้ดูหน่อย แต่มีคนบอกว่าจะมาจัดการกับแขกที่ตัวเองเป็นคนเรียกมาเอง บิ๊กป้อม มองว่าไอ้ที่มาประท้วงนาฬิกาคือพวกไม่ต้องการให้เกิดความสงบ เดี๋ยวผมเตรียมมาตรการดูแลเอง งูกินหางแบบนี้ เห็นใจคนที่เชียร์ ลุงตู่ บ้างหรือเปล่า ตัวเองสร้างปัญหา แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะจัดการเอง ไม่ใช่จัดการปัญหาที่ตัวสร้างขึ้นมานะครับ แต่จะจัดการคนที่บอกว่า นาฬิกาเพื่อน คือปัญหา เอาล่ะวานนี้ ฟังดูเหมือนเป็นการอำลาตำแหน่งของ บิ๊กป้อม ผมรับราชการมาตั้งแต่ปี ๑๑ จนถึงขณะนี้ผ่านมา ๕๐ ปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องอะไรหนักๆ ก็ดูเอาแล้วกันว่าผมได้ทำอะไรที่เสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ผมเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเหลือบ้านเมือง อยากทำงานให้บ้านเมือง ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากกับสื่อว่าอยากให้ดูว่าผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปีได้ทำอะไรไว้บ้าง ประชาชนต้องการหรือไม่? ร่วมเดือนที่ผ่านมาสารพัดโพลสำรวจความเห็นประชาชน นาฬิกาเพื่อน คือประเด็นฮอตฮิต ส่วนใหญ่บอก บิ๊กป้อม ไปเถอะ ล่าสุดนิด้าโพล ก็สร้างปรากฏการณ์กระเทือนไปถึง ลุงตู่ มันเลยเวลาที่จะมาถามว่าประชาชนคิดอย่างไรแล้ว บิ๊กป้อม ไปเมื่อไหร่ ลุงตู่ จะได้ทำงานแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังทันที ถ้ารักน้อง ห่วงน้องจริง ไม่ดึงแข้งดึงขา วันนี้เขียนใบลาออกเลย อยู่ต่อมีแต่ลากน้องๆ จมโคลนไปด้วย【อ่านข้อความเต็ม】
ubx | 2021-09-19 | อ่าน(43) | แสดงความคิดเห็น(207)
ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------【อ่านข้อความเต็ม】
tid | 2021-09-19 | อ่าน(400) | แสดงความคิดเห็น(502)
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช) ได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นระยะเวลา 3ปี 8 เดือน ได้สร้างปัญหาความทุกข์ยาก ให้กับพี่น้องประชาชน ปิดกั้น ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นและมีนโยบาย ที่ซ้ำเติมความทุกข์ยาก ให้ทวีเข้มข้น รุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อประชาชนและนักวิชาการร่วมกันจัดกิจกรรมเดินเพื่อบอกถึงปัญหา เพื่อให้กำลังใจพี่น้องคนในชาติ ที่กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกันโดยสงบสันติปราศจาก อาวุธ อีกทั้งยังไม่ได้กีดขวางการจราจร หรือสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายใดๆ【อ่านข้อความเต็ม】
6hg | 2021-09-18 | อ่าน(120) | แสดงความคิดเห็น(323)
ล่าสุดทางคณะกรรมการบริหาร BNK48 ได้ออกมาชี้แจงผ่านทางแฟนเพจของ BNK48 ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่ได้มีการนำรูปของศิลปินในสังกัดของบริษัทฯ ไปใช้ในการโฆษณาส่งเสริมการขายของร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งหนึ่ง ทางบริษัทฯ ขอยืนยันว่าทางบริษัทฯ และศิลปินในสังกัดมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับร้านดังกล่าวทั้งสิ้น รวมไปถึงไม่เคยอนุญาตให้มีการนำภาพของศิลปินในสังกัดไปใช้ในการส่งเสริมการขายดังกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
dsr | 2021-09-18 | อ่าน(432) | แสดงความคิดเห็น(988)
ลอว์สัน บาดเจ็บจากชานเมือง ปรับแผนขยายสาขาในกรุง 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 09:11 น 【อ่านข้อความเต็ม】
h7w | 2021-09-18 | อ่าน(157) | แสดงความคิดเห็น(171)
ศาลปกครองสูงสุดสั่ง สตชชดใช้ม็อบพันธมิตรฯ รายละ 7 พันถึง 4 ล้านบาท จากเหตุสลายชุมนุม 7 ตค51 ชี้ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ใช้แก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำยิงไม่ถูกวิธี พร้อมยกฟ้องสำนักนายกฯ ตรจ่อตั้งคณะทำงานปฏิบัติตามคำพิพากษา ประทิน เตรียมยื่นศาล รธน วินิจฉัย พธม-กปปส ชุมนุมชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 31 มกราคม ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ 280/2556 หมายเลขแดงที่ อ1442/2560 ในคดีที่นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ กับพวกรวม 250 คน ผู้ฟ้องคดี และนายกร เอี่ยมอิทธิพล กับพวกรวม 11 คน ผู้ร้องสอด ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตค2551 ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน โดยคดีนี้ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ อันเป็นการกระทำละเมิดแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด และมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด จำนวน 254 ราย โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการกระทำเพื่อขัดขวางไม่ให้นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ใช่การก่ออาชญากรรมโดยแท้ จึงไม่อาจปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมทั้งหมดด้วยวิธีการเดียวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดอาญาได้ แต่หากการชุมนุมเป็นไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทำให้ผู้อื่นเกิดความเกรงกลัว สตชและสำนักนายกรัฐมนตรี ย่อมมีอำนาจหน้าที่ระงับยับยั้งได้ โดยต้องปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมตามกฎหมายระเบียบ และขั้นตอนวิธีการที่เหมาะสม ไม่ว่าการชุมนุมจะเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ อีกทั้งหลังเกิดเหตุ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งรับฟังได้เป็นที่ยุติตามที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่โต้เถียงกันว่า ก่อนการใช้แก๊สน้ำตาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แต่อย่างใด และยังมีการให้ถ้อยคำของกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมายืนยันในความไม่เหมาะสมในวิธีการสลายการชุมนุมและการใช้แก๊สน้ำตาอีกด้วย พยานหลักฐานดังกล่าวจึงมีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ สตชมีข้อบกพร่องในขั้นตอนการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุม และมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้ำตาโดยยิงในแนวตรงขนานกับพื้น ซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องที่ต้องยิงเป็นวิถีโค้ง ประกอบกับแก๊สน้ำตาที่นำมาใช้เป็นแก๊สน้ำตาที่ซื้อมาเป็นเวลานาน จึงมีประสิทธิภาพต่ำ จึงต้องใช้แก๊สน้ำตาจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติทั่วไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนชุลมุน เกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติที่เกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาที่มีประสิทธิภาพดีและยิงโดยวิธีการที่ถูกต้อง และยังส่งผลเสียหายไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บชี้ สตชละเมิดผู้ชุมนุม ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงข้อบกพร่องของขั้นตอนในการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้กับผู้ชุมนุมก่อนการใช้แก๊สน้ำตาและข้อบกพร่องในประสิทธิภาพของแก๊สน้ำตาที่ทำให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเป็นจำนวนมากหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของนายชิงชัยกับพวก แต่ละรายจึงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย สิทธิและเสรีภาพ จึงเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สตชจึงต้องรับผิดต่อผู้ได้รับความเสียหาย ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง และการกระทำละเมิดดังกล่าวจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีที่ให้มีการจัดประชุมแถลงนโยบายที่รัฐสภา แต่มติดังกล่าวเป็นไปตามปกติ เพื่อให้การแถลงนโยบายของรัฐบาลดำเนินการไปได้เท่านั้น หน่วยงานที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคือ สตช สมควรติดตามสถานการณ์และเตรียมการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจึงไม่ได้กำหนดขั้นตอนและวิธีการในการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด แต่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ สตช อีกทั้งเมื่อเริ่มประชุมแล้วเกิดความเสียหาย ย่อมเป็นอำนาจประธานรัฐสภาที่จะสั่งปิดการประชุมเพื่อยุติเหตุการณ์ ดังนั้น นายกฯ และสำนักนายกรัฐมนตรีจึงไม่ได้กระทำละเมิด ในส่วนของค่าเสียหายนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า กรณีสืบเนื่องจากการชุมนุมบางส่วนมีลักษณะทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สตช ผู้ถูกฟ้องร้องคดีที่ 1 ที่ต้องระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว เมื่อพิจารณาพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำละเมิดแล้ว เห็นว่าค่าเสียหายที่ศาลปกครองชั้นต้นกำหนดตั้งแต่ 8 พันบาทเศษถึง 5 ล้านบาทเศษ สูงเกินส่วน สมควรลดค่าเสียหายลงร้อยละ 20 จึงมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ สตชชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายชิงชัยกับพวกแต่ละรายจำนวนตั้งแต่ 7,120 ถึง 4,152,77184 บาท พร้อมดอกเบี้ย และยกฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ศาลปกครองสูงสุดระบุ ด้านนายตี๋ แซ่เตียว หนึ่งในผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า พอใจมากที่ศาลให้ความยุติธรรม เพราะที่ผ่านมาชีวิตการครองตัวลำบากมาก ไม่สามารถประกอบอาชีพอะไรได้ เนื่องจากยังมีการอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสลายการชุมนุม ทำให้ภรรยาต้องประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะไปชุมนุมทางการเมืองอีก หากอนาคตการบริหารบ้านเมืองเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จะออกมาต่อสู้อีก ส่วนนายชิงชัยกล่าวยอมรับคำพิพากษาว่า แม้ว่าค่าสินไหมที่ได้รับเทียบไม่ได้กับสิ่งที่สูญเสียไป ทุกวันสภาพร่างกายยังไม่ปกติ ต้องไปพบแพทย์ตรวจติดตามเป็นระยะ และไม่ได้รู้สึกกลัวกับการชุมนุม หากเห็นว่ามีการบริหารบ้านเมืองที่ไม่ถูกต้องจะไปร่วมเคลื่อนไหวอีก นายบุญธานี กิตติสินโยธิน ทนายความ กล่าวว่า หลังจากนี้ ทาง สตชต้องชดใช้ให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษาภายใน 60 วัน ส่วนกรณีที่ศาลยกฟ้องในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทางผู้เสียหายคงต้องยอมรับ เพราะเป็นคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้วตั้งคณะทำงานชดใช้ ขณะที่ พลตอวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบตร) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอคำพากษาอย่างเป็นทางการจากศาล เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดของคำพิพากษาว่าให้ดำเนินอย่างไรบ้าง ยืนยันว่า สตช เคารพในคำพิพากษาและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยทันทีที่ได้รับคำพิพากษาจากศาล จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาปฏิบัติตามขั้นตอนตามคำพิพากษา หลังจากนี้จะมีการหารือกับผู้บังคับบัญชาอีกครั้งว่าจะต้องคณะทำงานกี่ชุด ประกอบด้วยชุดใดบ้าง โดยจะมีการประชุมหารือกันว่าปฏิบัติอย่างไร ใช้งบประมาณส่วนไหนมาใช้ สำหรับการไล่เบี้ยกับผู้ที่สั่งการและผู้ปฏิบัติตาม พรบความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พศ2539 ต้องไปดูในรายละเอียดว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่นั้นเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างสมเหตุสมผลอย่างเหมาะสมมากน้อยเพียงใดหรือไม่ ต้องดูพฤติเหตุและพฤติการณ์ รวมทั้งลักษณะของการกระทำ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบทุกท่านก็ปฏิบัติตามหน้าที่ ตั้งใจที่จะปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง ส่วนจะไปกระทบหรือละเมิด รวมทั้งรอนสิทธิใคร ซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนเพื่อหารายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามระเบียบของ สตช พลตอวิระชัยกล่าว ที่ศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดยพลตอประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ, นายประยงค์ ชัยศรี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์, พลรอชัย สุวรรณภพ, พลอปรีชา เอี่ยมสุวรรณ ซึ่งได้เดินทางมาเพื่อจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าการต่อสู้ภาคประชาชนที่ผ่านมา ทั้งพันธมิตรฯ องค์การพิทักษ์สยาม และ กปปส ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ปรากฏว่าเอกสารยังไม่ครบ จึงจะมายื่นอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 5 กพนี้ โดยนายประยงค์เปิดเผยว่า ทางกลุ่มต้องการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออกมาต่อสู้เรียกร้องของภาคประชาชนนั้น กระทำภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือตำรวจและอัยการยังกระทำต่อผู้ที่ชุมนุมอย่างไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ขณะนี้อัยการได้ฟ้องร้อง และ กปปสเพิ่ม ทั้งที่ประชาชนต่อสู้เรียกร้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้กระทำไปนั้น ทำไปในขอบเขตและภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ยังถูกดำเนินคดี แสดงว่าองค์กรอื่นไม่ยอมผูกพันคำสั่งของรัฐธรรมนูญ ทั้งที่กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้อย่างชัดแจ้งในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 27 และมาตรา 216 วรรคห้า ซึ่งคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญย่อมผูกพันรัฐ ผูกพันศาล ฉะนั้นตนในนามกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ จึงมีความประสงค์ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรองรับอีกครั้งหนึ่งถึงการต่อสู้ภาคประชาชน ว่าได้กระทำการภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้อีกครั้ง เมื่อถามว่า จุดประสงค์ที่มาเพื่อให้เป็นผลในคดีอื่นใช่หรือไม่ นายประยงค์กล่าวว่า ใช่ รวมไปถึงคดีที่ยังไม่ดำเนินการ ที่กำลังจะถูกฟ้อง ฉะนั้นการที่อัยการยังนำคดีไปฟ้องต่อศาล แสดงว่าไม่ยอมผูกพันตามรัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นการละเมิดต่อศาลและประชาชน【อ่านข้อความเต็ม】
cjw | 2021-09-17 | อ่าน(79) | แสดงความคิดเห็น(195)
เริ่ม เดือนแห่งความรัก กันแล้วก็ต้องปูพรมด้วย เรื่องเบาๆ ว่าด้วย คอนเสิร์ต ต่างประเทศ จากฟากฝั่งเมืองผู้ดีและดินแดนแฮมเบอร์เกอร์ที่พาเหรดมา เมืองไทย ยุค 40 กันขวักไขว่ โดย แค่ มกราคม เดือนเดียวก็มีทั้ง Imagine Dragons เลียม กัลลาเกอร์ Foster The People และ The XX และยังมีคิวที่จะมาอีกทั้ง Incubus จอห์น เลเจนด์ แม้แต่ตัวแม่อย่าง เคธี เพอร์รี หรือวงร็อกจากไอริชอย่าง The Script และเจ้าของรางวัลแกรมมี่หมาดๆ อย่าง บรูโน มาร์ส ก็คอนเฟิร์มมาแล้ว ซึ่ง ราคาบัตรก็มีตั้งแต่ระดับพันกลางๆ ไปถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว เรียกว่าต้องขายตับ-ไตกันไม่รู้กี่รอบถึงจะไปครบคอนเสิร์ต ทั้งหลายแหล่นี้๐ หันกลับมาสู่วังวน โลกเครียด กันบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของ หวยอลเวง 30 ล้านบาท ที่เมื่อวันที่ 19 มค สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาแถลงผล พิสูจน์ลายนิ้วมือแล้วว่ามีแต่ของ รตทจรูญ วิมูล อดีตนายตำรวจ ซึ่งใครต่อใครคงคิดว่าน่าจะลงเอยหรือมีบทสรุปไปกว่า 80% แต่แล้วเมื่อวันพุธสิ้นเดือน มค พลตทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบชภ7) ก็ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ที่สำคัญมีการ พลิกกลับ 360 องศากันเลย เพราะระบุว่าสลากเป็นของ ครูปรีชา ใคร่ครวญ และเตรียมแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์หรือรับของโจรกับ ลุงจรูญ ๐ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นการเดิมพันหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กับพยานบุคคลหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้อาจ สะเทือนไปถึงการทำหน้าที่ของ ทนาย และ ตำรวจ กันเลยทีเดียว ซึ่ง ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ก็ ประกาศความเชื่อมั่นไม่ต่างจากตำรวจเช่นกัน เรียกว่าสุดท้าย หวย 30 ล้าน คงต้องไปจบที่ศาลชี้ขาด ซึ่งไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรก็น่าจะมีการเช็กบิลกันระเบิดระเบ้อแน่๐ พูดถึงเรื่องครูหวยแล้ว ไม่พูดเรื่องครูฉาวก็ไม่ได้ ซึ่งดูเหมือนช่วงนี้ทั้ง พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ พร้อมใจกันสร้างเรื่องไม่น่าจดจำเสียนี่กระไร โดยเฉพาะเรื่อง คาวโลกีย์ แต่ดูเหมือนตั้งแต่เกิดเรื่องคาวเรื่องฉาวมา กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้บังเหียนของ นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในฐานะคุมนโยบายการศึกษาของประเทศ กลับไม่มีการเทกแอคชั่นแต่ประการใดเลย เรียกว่าปล่อยไปตามมีตามเกิดซะอย่างนั้น๐ ในที่สุด พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เริ่มทนเสียงเรียกร้องและกดดันของทุกภาคส่วนว่าด้วย แหวนเพชรแยงตา นาฬิกายืมเพื่อน เพราะถึงกับลั่น ในระหว่างงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ กหกับสื่อมวลชนว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ก็พร้อมไปจากตำแหน่ง ถือเป็น ประกาศท่าทีเยี่ยง ชายชาติทหาร ครั้งแรกเลยทีเดียว เล่นเอามีกระแสข่าวเกิดขึ้นตามมาทันทีว่า เก้าอี้ของ บิ๊กป้อม อาจส้มหล่นตกไปยัง รมชกลาโหม ที่ บิ๊กช้าง พลอชัยชาญ ช้างมงคล นั่งอยู่ก็เป็นได้ งานนี้คงไม่ลุ้นกันยาวนัก๐ ส่วนเรื่องนี้ยังหนังยาวคือ เรื่องการหย่อนบัตรของคนไทยทั้งประเทศ เพราะแค่เรื่องกฎหมายลูกว่าด้วย สส และ สว ซึ่งแม้สภาฝักถั่วจะถูลู่ถูกังผ่านกันมาแบบวันละฉบับ แต่ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะ ล่าสุด ขาปูดข่าว อย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร กกตที่นับถอยหลังเป็นแค่อดีตก็ออกมาแฉว่ามี สนช โทรมาล็อบบี้ ให้ตั้ง กมธร่วมแก้กฎหมาย สส โดยหวังจะลบเรื่องการให้จัด มหรสพ หาเสียงได้๐ แฉโพยออกมาอย่างนี้ก็เล่นเอา วิป สนช อย่าง สมชาย แสวงการ ต้องรีบมาปัดสวะให้พ้นสภาฝักถั่วกันเลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่ากระแสจะหมดไป เพราะล่าสุดขาเมาธ์ว่าด้วยทฤษฎีสมคบคิดกระซิบมาว่า ตอนนี้มีกระแส (เก่า) ที่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ขึ้นมาอีก นั่นคือการล้มกฎหมายลูกฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือทั้ง 2 ฉบับ เพราะจะทำให้การเลือกตั้งที่ต้องเลื่อนอยู่แล้วมติ สนชที่แก้ไขให้กฎหมายบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ยาวออกไปอีกถึง 6-8 เดือนเลยทีเดียว๐ พิโธ่! วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่ายังมีเวลา 10 ปีในการอายัดทรัพย์ นารีปู เหมือนส่งสัญญาณว่าไม่ต้องรีบร้อน พระเจ้าจอร์จ แล้วที คดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ทำให้ตัวเป้งหลุดไป มิใช่เพราะคิดว่ามีเวลามันเหลือเป็น 10-15 ปีหรอกเหรอ ยังไม่รวมถึงคดีเลี่ยงภาษีของสัมภเวสีหลายกรรมหลายวาระก็หลุดไป เพราะขาดอายุความทั้งนั้น อย่างนี้มันจะเรียกว่า 2 มาตรฐานได้หรือไม่ เพราะที คดีเงินระดับหมื่นระดับแสนเห็นไล่เบี้ยไล่ยึดกันเหลือเกิน แต่พอเป็นคนใหญ่คนโตยึดทรัพย์กันระดับพันหมื่นล้านกลับชี้ช่องมามีเวลาอีก 10 ปี แหม! ทั้งคุกและมาตรฐานการทำงานนี่เลือกว่าเป็นใครจริงๆ๐【อ่านข้อความเต็ม】
5wd | 2021-09-17 | อ่าน(967) | แสดงความคิดเห็น(356)
วิษณุ ยัน คลัง-กรมบังคับคดี เดินหน้าอายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ย้ำยังมีเวลา 10 ปี ทนายปูเผยตั้งแต่ กค60 โดนยึดทรัพย์สินกว่า 30 รายการ รวมบ้านนวมินทร์มูลค่า 110 ล้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนของกระทรวงการคลังในการเดินหน้าสืบทรัพย์ หลังศาลปกครองยกคำร้องคำขอทุเลาการยึดทรัพย์ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า กระทรวงการคลังสามารถเดินหน้าสืบทรัพย์ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องมี 2 ส่วน คือ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้ทรัพย์ และกรมบังคับคดี ที่มีอำนาจในการยึดหรืออายัดตามที่กระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าหนี้ได้ชี้ทรัพย์ หากไม่สามารถนำยึดได้ เพราะหาทรัพย์ไม่เจอ มีระยะเวลา 10 ปี ตามอายุความ ระหว่างนี้เจออะไรสามารถดำเนินการได้ จนกว่าจะมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอทุเลาใหม่ ซึ่งร้องได้เรื่อยๆ แต่คงต้องดูเป็นกรณีไป เพราะการร้องต่อศาลปกครองต้องดูว่าเขาร้องอะไร ถ้าร้องขอทุเลาแปลว่าสำหรับอนาคต ที่ผ่านไปแล้วถือว่าจบ เมื่อถามว่า ในคำสั่งยกคำร้องของศาลระบุว่า มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เป็นหน้าที่ของใครในการติดตามทรัพย์ นายวิษณุกล่าวว่า กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ต้องเป็นผู้เสาะหา แล้วให้เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีไปจัดการ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือแล้ว เพราะหน่วยงานต่างๆ ต่างรู้หน้าที่ตัวเอง เมื่อศาลมีคำสั่งออกมาเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องไปบอกอะไร ที่ผ่านมาได้มีการอายัดอะไรไปพอสมควรแล้วเท่าที่ทำได้ แม้จะยังไม่มากเท่าจำนวนที่พึงยึดก็ตาม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นการอายัดเอาไว้ก่อน แต่ไม่ต่างอะไรกับการไปยึด เพราะไม่สามารถจะทำอะไรกับทรัพย์นั้น หรือยักย้ายไม่ได้แล้ว ส่วนการจะนำทรัพย์ดังกล่าวเข้าคลังได้จะต้องให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไรอีก เช่น ไม่มีคดี หรือจบเรื่องไปแล้ว ทางด้าน นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ นสยิ่งลักษณ์ ในคดีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ นสยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช) จำนวน 35 หมื่นล้านบาทเศษ ว่า กรมบังคับคดีได้มีการแจ้งยึดอายัดทรัพย์ไปแล้วตั้งแต่เดือน กค2560 จนถึงปัจจุบันรวม 37 รายการ อาทิ บ้านที่นวมินทร์ รวมถึงที่ดินทั้งใน กทมและต่างจังหวัด คอนโด และบัญชีเงินฝาก การยึดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ กรมบังคับคดียึดไปหมดแล้ว เป็นการดำเนินการล่วงหน้าโดยอาศัยคำสั่ง คสชตามมาตรา 44 ที่ให้คุ้มครองเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการลักษณะนี้ เหมือนการลงโทษก่อนมีคำพิพากษา ขณะนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลต่อไป ถ้ามีการเพิกถอนภายหลังก็สามารถเยียวยาได้ ซึ่งจะเกิดความยุ่งยาก ชื่อเสียงที่เสียหายไปก็ชดเชยไม่ได้ นายนพดลระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามข้อมูลแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นสยิ่งลักษณ์ ที่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พบว่า บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 38/9 ซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ พร้อมสนามฟุตบอล ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 5 ของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มีมูลค่าปัจจุบันที่ 110 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มคที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ นสยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา (ครั้งที่ 2) ในคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ระหว่าง นสยิ่งลักษณ์ ผู้ฟ้องคดี กับ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับการอายัดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ โดยกรมบังคับคดีนั้นประกอบด้วย 1อายัดบัญชีเงินฝาก 16 บัญชี และ 2อายัดเงินส่วนแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำที่ ล13430/2552 และยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 37 รายการ ประกอบด้วย ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 4 รายการ คือ 1บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57310 เขตบางขุนเทียน 2บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57430 เขตบางขุนเทียน 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 16505 เขตบึงกุ่ม (สนามฟุตบอล) 4บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 70389 เขตบึงกุ่ม ส่วนที่ดินว่างเปล่า 3 รายการ คือ 1ที่ดินโฉนดเลขที่ 25401 เขตบึงกุ่ม 2ที่ดินโฉนดเลขที่ 10005 อบางบ่อ จสมุทรปราการ 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 7480 กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ และห้องชุด 30 รายการ ได้แก่ 1ห้องชุดเซ็น ทริค ซีน สุขุมวิท 64 เขตบางนา 2 ห้อง และ 2ห้องชุดยูคอมเพล็กซ์ คอนโดมิเนียม กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ จำนวน 28 ห้อง【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-20

live22 เครดิต ฟรี 100ufabet1688 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| 918kiss z 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ค่าย ใหม่ 1️⃣2021| สล็อต แตก ง่าย เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| เกมส์ slot1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ 2020 1️⃣2021| ทดลอง เล่น เกม สล็อต โร ม่า1️⃣M98| โหลด เกม โจ๊ก เกอร์ 991️⃣LOOK618| 20 รับ 100 รับ ได้ ทุก วัน1️⃣LOOK618| ฝาก ถอน true wallet 1️⃣2021| mb สล็อต xo 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน 1️⃣2021| เล่น บา คา ร่า 8881️⃣M98| สมัคร joker1231️⃣M98| slot ออนไลน์1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| jb365 slot1️⃣LOOK618| เว็บ บา คา ร่า ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣LOOK618| ฝาก 5 บาท รับ 50 20201️⃣LOOK618| สล็อต โอน วอ ล เลท1️⃣M98| เค ดิ ต ฟรี 501️⃣LOOK618| game slot 7891️⃣LOOK618| pg soft ทดลอง เล่น1️⃣M98| คา สิ โน บา คา ร่า 771️⃣M98| betslot888 1️⃣2021| แจก เครดิต ฟรี 200 ไม่ ต้อง ฝาก 2021 1️⃣2021| 50 รับ 150 ล่าสุด1️⃣LOOK618| แจก เครดิต วัน เกิด1️⃣LOOK618| ฝาก 1 รับ 501️⃣M98| pussy888 เล่น ผ่าน เว็บ1️⃣LOOK618| 9 บาท รับ 1001️⃣M98| yakuza pg 1️⃣2021| pg โปร 20 รับ 100 1️⃣2021| เล่น เกม ได้ เงิน จริง 20201️⃣M98| โปร ฝาก 1 บาท ฟรี 1001️⃣LOOK618| 918kiss slot1️⃣M98| กฎ บา คา ร่า 1️⃣2021| 918kiss เว็บ ตรง1️⃣LOOK618| fafa855bet เครดิต ฟรี1️⃣M98| สล็อต แคน ดี้ ทดลอง1️⃣M98| สมัคร 100 ฟรี 100คา สิ โน เครดิต ฟรี 25641️⃣M98| โปร คา สิ โน ออนไลน์ 1️⃣2021| 918kiss เกม ไหน ดี แจก1️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น สล็อต เกม ใหม่1️⃣LOOK618| บา คา ร่า เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| เกม ยิง ปลา 20201️⃣M98| สล็อต ฉลาม 10 รับ 1001️⃣M98| pg slot168 1️⃣2021| golden678 joker 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 100 ถอน ได้ 3001️⃣LOOK618| สล็อต xo 3111️⃣M98| sa66 game1️⃣M98| สล็อต เกมส์ ไหน ดี โบนัส แตก บ่อย 20211️⃣LOOK618| ยืนยัน เบอร์ รับ เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣M98| โหลด joker 20201️⃣M98| รับ เครดิต ฟรี slot 1️⃣2021| สมัคร sand19881️⃣LOOK618| 168foxz 1️⃣2021| slotxo มา แรง 1️⃣2021| บา คา ร่า ตา ละ 1 บาท1️⃣M98| slotxo roma1️⃣LOOK618| ฝาก 5 บาท รับ 100 ล่าสุด1️⃣M98| slotxo เล่น ใน เว็บ1️⃣LOOK618| เกม สล็อต แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน 1️⃣2021| หมุน สล็อต ฟรี 20191️⃣LOOK618| thaibet8881️⃣LOOK618| สล็อต xo 3691️⃣LOOK618| เกม joker123 1️⃣2021| เซ็กซี่ 1681️⃣M98| ค่าย pp1️⃣M98| royal ฝาก ถอน ขั้น ต่ำ 1001️⃣LOOK618| ฝาก 10 รับ 100 918kaya1️⃣LOOK618| รับ เครดิต ฟรี 20 บาท 1️⃣2021| scb 711 สล็อต1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ 2020 1️⃣2021| โหลด เกม สล็อต 918 1️⃣2021| fhm99 download 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ 24 1️⃣2021| jdb slot ทดลอง เล่น 1️⃣2021| สมัคร asia9991️⃣M98| 14 รับ 1001️⃣LOOK618| roma ทดลอง เล่น ฟรี1️⃣LOOK618| สล็อต ออนไลน์ แจก ฟรี เครดิต 1️⃣2021| สล็อต ฝาก 10 บาท ได้ 100 ล่าสุด ทุก ค่าย1️⃣LOOK618| ทาง เข้า เกม pg slot1️⃣LOOK618| สมัคร ka gaming slot1️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ สล็อต 891️⃣LOOK618| baheavens 789 1️⃣2021| บา คา ร่า 50 ได้ 150 1️⃣2021| สล็อต ออนไลน์ 99 1️⃣2021| slot99ufa 1️⃣2021| pg slot ฟรี เครดิต 501️⃣LOOK618| เว็บ แทง สล็อต1️⃣M98| gclub8 มือ ถือ1️⃣M98|